YOU HAVE ITEM(S) IN YOUR WISHLIST
YOU HAVE NO ITEMS IN YOUR SHOPPING CART

About us

ABOUT US

ก่อนที่แบรนด์ พาซาญ่า จะถือกำเนิดขึ้น Before PASAYA

บริษัท สิ่งทอซาติน ได้เปิดดำเนินกิจการทอผ้าสำหรับใช้ตกแต่งภายในบ้านในปี ค.ศ.1986 จากโรงงานทอผ้าเล็กๆ ในอำเภอพระประแดง ที่มีเครื่องจักรทอผ้ามือสอง 20 เครื่องและคนงานทอผ้าไม่ถึง 50 ชีวิต ด้วยวิสัยทัศน์ที่แตกต่างจากผู้ผลิตสิ่งทอในขณะนั้น บริษัทได้ลงทุนในทรัพย์สิน 2 อย่าง ที่สร้างคุณค่ายิ่งต่ออนาคตที่ยังไม่มาถึง คือการตั้งหน่วยงานออกแบบ ดีไซน์ และหน่วยงาน IT ทำให้โรงงานทอผ้าเล็กๆ แห่งนี้ สามารถทำงานที่แปลก แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ และมีการพัฒนาระบบงานและ Software ที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้บริษัทสามารถเริ่มทำการขายออกต่างประเทศได้ใน 2 ปีถัดมา หลังจากนั้นบริษัทก็ได้ขยายกิจ การเพิ่มขึ้น ด้วยการออกแบบพัฒนาโครงสร้างและดีไซน์ผ้าตกแต่งใหม่ๆ ออกมา นำเสนอขายให้กับผู้ขายส่งและแบรนด์ต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่าง สม่ำเสมอ เมื่อการทำงานส่งออกเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการควบคุมคุณภาพไม่ได้ครบวงจรก็เพิ่มความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดบริษัทต้องตัดสินใจขยายการผลิตให้ ครบตั้งแต่ต้นจนถึงขบวนการสุดท้าย เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ 100% ผลของการปฏิบัติงานที่ควบคุมคุณภาพได้เต็มที่ ทำให้บริษัทสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มี ความสวยงาม มีนวัตกรรม มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในยุโรป อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ สถานที่ที่ถูกเลือกเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการแห่งนี้ก็คือ โรงงานที่จังหวัดราชบุรีในทุกวันนี้ การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 1995 จากโรงบำบัดน้ำเสีย จนถึงโรงเย็บ Zig Zag ซึ่งเป็นอาคารล่าสุด สร้างเสร็จและเปิดทำการในปี 2004
 
ทำไมต้องสร้างโรงงานแบบนี้ ?? Why these buildings and land scape?? เคยมีคำพูดกันเล่นๆ ในช่วงที่การต้อนรับลูกค้าและการผลิตยังอยู่ที่โรงงานพระประ แดงว่า ตลอดทางจากหน้าปากซอยสุขสวัสดิ์ 70 เข้ามาถึงโรงงานต้องผ่านกองขยะ ข้างทางหลายกอง ทุกๆ กองที่ลูกค้าเห็นราคาจะหายไปกองละสิบเซนต์นี่เป็นสภาพ แวดล้อมนอกโรงงานและข้อจำกัดของพื้นที่ในเวลานั้น ตัวอาคารรวมทั้งเงินทุนของ บริษัทในระยะแรกๆ ทำให้สภาพการทำงานเป็นภาวะที่ยากลำบาก ร้อนมากในหน้า ร้อน น้ำท่วมเมื่อฝนตก ฯลฯ เมื่อบริษัทมีโอกาสและสามารถสร้างโรงงานในฝันได้ เราจึงได้เห็นโรงงานพาซาญ่าที่ราชบุรีอย่างที่เป็นในวันนี้ นั่นคือ ทุกอาคารถูกออก แบบให้เอื้ออำนวยต่อการทำงานของแต่ส่วนเช่น โรงทอต้องควบคุมความชื้นจึงต้อง ติดแอร์ไอน้ำ โรงย้อมมักร้อนอบอ้าวจึงต้องทำอาคารแบบไม่มีกำแพง และโรงเย็บ คนต้องใช้สายตาจึงให้มีป่าสีเขียวไว้กลางอาคาร ทั้งหมดนื้คือสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมสะดวกสบายสำหรับการทำงาน เพื่อประสิทธิภาพของพนักงานทุกคน ผลงานที่มีคุณภาพดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผู้ทำไม่เข้าใจถึงความหมายของมัน โรงงานที่ ราชบุรีจึงถูกออกแบบและวางผังโดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ที่ทำงาน สภาพแวด ล้อมที่ดีของผู้ที่อาศัยอยู่รอบๆโรงงาน เพื่อคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค ไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษกำจัดไม่ได้บ่อบำบัดน้ำเสียถูกก่อสร้างอย่างดีเพื่อไม่ให้ เกิดการสะสมของสารเคมีในชั้นใต้ดิน โรงงานและสินค้าที่ผลิตที่นี่ได้ รับการรับรอง ฉลากเขียว และ Thailand Trust Mark ไร้สารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ไม่ใช้แรงงานผิดกฏหมาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิต ณ โรงงาน สีเขียวแห่งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์มาตรฐานยุโรปทั้งหมด

โรงงานในปัจจุบัน หนึ่งใน Icon ของจังหวัดราชบุรี Factory at present! ปัจจุบันโรงงานพาซาญ่าเปิดต้อนรับผู้คนมากมาย ทั้งนักเรียนนิสิตนักศึกษา สมาคม การค้าและส่วนงานราชการที่เข้ามาทัศนศึกษาความรู้เกี่ยวกับการผลิตสิ่งทอ การ บำบัดน้ำเสียแบบครบวงจร Fully Recycle และการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม Icon ของโรงงานซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี คือห้องอาหารใน โรงงาน Octospider เดิมเป็นโรงอาหารพนักงาน ปัจจุบันเปิดบางส่วนต่อ สาธารณะเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศสวยงาม ตัวอาคารเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยม ยาว 3 กล่องเรียงกันคนละมุมโดยมีจุดบรรจบกันที่ปลายกล่องสูงเหนือน้ำแปดเมตร ค้ำยันด้วยขามากมาย สมชื่อ Octospider ซึ่งเป็นชื่อของเอเลี่ยนในนิยาย sci-fi ของ Arther C Clark
 

ถึงเวลาของพาซาญ่า! It’s PASAYA time!

หลังจากปี 1995 บริษัทได้ขยายยอดส่งออกเป็นสองเท่าของยอดขายเดิมก่อน หน้านี้ แล้วสถานการณ์โลกก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ในช่วงปี 1999 ต่อ 2000 ซึ่งเป็น ช่วงที่เศรฐษกิจโลกดีที่สุด ผู้คนทั่วไปตื่นเต้นกับการขึ้นศตวรรษใหม่ สินค้าขายดี เป็นเทน้ำเทท่า จีนเข้าสู่เวทีการค้าในฐานะผู้ผลิตให้กับตลาดโลก ไม่เป็นการยาก เลยที่จะคาดเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าจีนเข้ามาอย่างเต็มตัว ดังนั้นในปี 2000 นั้น เองที่บริษัทได้ตัดสินใจ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ออกจากเงื่อนไขต้นทุนราคา ทำให้ในปีนั้นหน่วยงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างงานผ้าโครงสร้างใหม่ ดีไซน์และสีใหม่ ออกมาเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งผลงานเหล่านี้ ในปี 2001 2002 และ 2003 ได้รับรางวัลหลายรางวัลจากการประกวดผ้าในงานแฟร์ระดับโลกที่ เบลเยี่ยมหลายครั้ง แต่ทว่าคนไทยกลับไม่มีใครได้เห็น นอกจากรางวัลประกาศ เกียรติคุณ และภาพถ่ายที่บริษัทยังคงสะสมไว้เพื่อที่จะไม่ต้องแข่งขันกับจีนใน ระดับเดียวกันคือการทำตัวเป็นผู้ผลิตแบบ OEM และความต้องการอย่างแรงกล้า ที่จะนำเสนอผลงานต่อลูกค้าชาวไทย บริษัทได้ตัดสินใจตั้งแบรนด์ของตัวเองขึ้น ในชื่อ PASAYA ซึ่งมาจากคำไทยว่า “แพศยา” วิธีคิดสำหรับเงื่อนไขของชื่อ แบรนด์ใช้หลักการ 3 ข้อคือ หนึ่ง เราเป็นคนไทย ต้องใช้ภาษาไทย สอง เป็นชื่อ ที่คนฟังแล้วจำได้เลยในการเปิดตัวในประเทศไทย สาม เป็นเสียงสระเสียงยาว ทุกชาติ ทุกภาษาสามารถออกเสียงได้

ชื่อ แพศยา … คนไทยจะรับได้หรือ ??
คนที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นแพศยาอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์มีอยู่ไม่กี่คน และที่แน่ๆ เป็นผู้หญิง เพราะว่า ผู้หญิงเท่านั้น ถึงจะต้องอยู่ในกรอบธรรมเนียมประเพณี ผู้หญิงแพศยาที่มีชื่อเสียงที่สุดคงไม่มีใครเกินพระนางคลีโอพัตรา ถ้าเราดูคุณสมบัติของการเป็นแพศยาให้ลึกซึ้ง เราจะพบว่า ข้อแรก เธอจะต้องสวย ไม่มีแพศยาที่ไม่สวย! ข้อสอง ต้องเก่ง ฉลาด ข้อที่สาม ต้องมีอำนาจในตัวเอง ที่จะบงการคนอื่นได้ PASAYA ได้นำเอาลักษณะเหล่านี้มาแปลงเป็นคำ 4 คำซึ่งสะท้อนความรู้สึกของการได้เห็น สัมผัสและใช้สินค้า PASAYA ในยุคแรก Beautiful, Intelligent, Elegant, Independent

PASAYA เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Grand Opening Flagship Store ที่ Gaysorn Shopping Mall ในวันที่ 2 กันยายน 2002 สินค้าและบริการที่นำเสนอต่อ ลูกค้าชาวไทย ณ เวลานั้นคือ ผ้าสำหรับตกแต่งบ้าน บริการรับสั่งตัด สินค้าสิ่งทอที่ใช้ในบ้าน เช่น หมอนอิง ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูโต๊ะ ไปจนถึงผ้าสำหรับตัดเสื้อผ้าและบริการ ตัดเย็บ สินค้าส่วนใหญ่มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนแบบดั้งเดิม เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดประดิษฐ์ไว้เมื่อปี 2000, 2001 ก็ได้มีโอกาสนำเสนอตัวต่อสาธารณะชนชาวไทย ตามที่คาดหวังไว้
ผ้าปูที่นอน ที่ไม่เหมือนใครเลย! What a bed linen!
จากที่ PASAYA สร้างความประหลาดใจ มีข้อซักถามมากมายในหมู่ผู้บริโภคตั้งแต่เริ่มเปิดตัวว่าพาซาญ่าคืออะไร บ้างก็เข้าใจว่าเป็นแบรนด์แฟชั่น เพราะพาซาญ่าออก แฟชั่นโชว์ถึง 2 ปีติดต่อกันในปี 2002-2003 โดยมีคุณไข่ สมชาย แก้วทอง เป็นดีไซน์เนอร์ให้ในครั้งแรก และครั้งที่สองโดยคุณสัญชัย จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล ผ้าแนว บูติคและอินโนเวทีฟที่ใช้ตัดเย็บชุดทั้งหมดออกแบบ และผลิตโดย PASAYA ในปี 2004 ปรากฏการณ์สำคัญที่สุดในประวัติของแบรนด์ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ชุดผ้าปูที่นอน มีเพศ 2 ดีไซน์ ก็ได้เปิดตัวต่อลูกค้าอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ภายใต้ความคิดที่ว่า เนื้อผ้า ดีไซน์ และสี สามารถเป็นตัวแทนของมนุษย์ได้ ผ้าปูที่นอนมีเพศเปิดตัว ด้วยคำโปรยที่ว่า ในภาษาฝรั่งเศส ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง พระอาทิตย์เป็นผู้ชาย พระจันทร์เป็นผู้หญิง โต๊ะเป็นผู้ชาย เก้าอี้เป็นผู้หญิง … แล้วทำไมผ้าปูที่นอนจะมีเพศไม่ได้ …..

ปรากฎการณ์ใหม่นี้ ทำให้วงการผ้าปูที่นอนสั่นสะเทือนเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่มีผู้นำเสนอผ้าปูที่นอน 2 ดีไซน์ 60 สี ด้วยเนื้อผ้าที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื้อผ้าที่รับประกัน ว่า ถ้าได้มีโอกาสใช้แล้วจะไม่เปลี่ยนใจไปใช้ผ้าปูที่นอนแบบเดิม และด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีเฉพาะผ้าปูที่นอนทุกรุ่นของพาซาญ่าเท่านั้น คือ ปราศจากสารพิษฟอร์มาลดีไฮด์ตามมาตรฐานยุโรป และไม่มีการสะสมเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ ผ้าปูที่นอนพาซาญ่าเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ลูกค้าชาวไทย และต่างประเทศมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้

PASAYA Now!
ปัจจุบัน พาซาญ่าขยายการบริการทั้งในส่วนของกลุ่มสินค้าซึ่งเป็นสินค้า Soft furnishing ทั้งหมดเช่น ผ้าตกแต่งบ้าน ผ้าม่าน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ผ้าปูที่นอน white product หมอนอิง ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูโต๊ะ จนถึงสินค้า Life style เช่น กระเป๋า ผ้าพันคอ เสื้อสูท และช่องทางการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศใน AEC เอเชีย ยุโรป พาซาญ่ายังคงสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการใช้งานที่มีประโยชน์ คุ้มค่ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่านประหยัดพลังงาน ซึ่งสามารถทำให้อุณหภูมิในห้องลดลง ได้ 2-4 องศา เมื่อเทียบกับการใช้ผ้าม่านธรรมดา ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง ผ้าม่านประหยัดพลังงาน ได้รับอนุสิทธิบัตร และได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ และรางวัล D Mark และ G Mark จากประเทศญี่ปุ่น โครงการถัดมาคือ การเข้าร่วมออกแบบ ผลิตและจำหน่าย เสื้อประหยัดไฟเบอร์ห้าของ กฟผ. เป็นเสื้อที่ใส่สบาย ไม่ร้อน ซัก แล้วไม่จำเป็นต้องรีด

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน ! Things which never change!
“ไอ้พวกนักอนุรักษ์!”

หลายคนคงเคยได้ยินคำๆ นี้มาแล้ว สิ่งทอซาติน และพาซาญ่า ทำงานสนับสนุน การอนุรักษ์ธรรมชาติ การดูแลรักษาป่า และสัตว์ป่ามาตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อคราว คุณสืบ นาคะเสถียร เสียสละชีวิตเพื่อผืนป่าและสัตว์ป่า เป็นผลสะเทือนไปทั่ว ประเทศ บริษัทได้มีส่วนสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรตั้งแต่นั้น มาจนบัดนี้
เราได้รวบรวมเหล่าเพื่อนๆ อาชีพต่างๆ ตั้งมูลนิธิป่าเขตร้อนขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อหาทุนสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิสืบฯ และองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ เป็นกิจกรรมในด้านการป้องกัน และงานวิชาการ เช่น การหาทุนสร้างหน่วยพิทักษ์ ป่าจุดต่างๆ ในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร และห้วยขาแข้ง การจัดหาอุปกรณ์ เสบียงลาด ตระเวณสำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การจัดหารถจักรยานยนต์ และรถ4 wheels สำหรับใช้ทำงานในพื้นที่ของ จนท. จัดหาเครื่องแบบ เสื้อผ้า เครื่องใช้ รองเท้า วิทยุ ฯลฯ รวมทั้งการช่วยเหลือชาวบ้านที่มีส่วนช่วยดูแลป้องกันการล่าสัตว์รอบๆ ป่าอนุรักษ์ ซึ่งงานที่เพิ่งสร้างเสร็จไปคือ จุดสกัดพะบ่ง ในเขตทุ่งใหญ่ตะวันตก จ.กาญจนบุรี การรณรงค์หาทุนในแต่ละครั้ง ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากท่านผู้ มีอุปการะคุณทั้งหลายอย่างดียิ่ง

เด็ก คืออนาคตของชาติ Kids are our future!

ชาติที่ไม่ลงทุนในอนุชนและเยาวชนของตนเป็นชาติที่ไม่มีอนาคต ไม่ต้องพูดถึง ชาติที่ไม่ดูแลความปลอดภัยพื้นฐานให้กับเด็กๆ ของตน เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ที่ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ และตั้งแต่ปี 1998 (2541) เป็นต้นมา โดยโครงการ Amazing Thailand ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศยอดนิยมในเอเซียสำหรับการท่องเที่ยว ปีที่แล้ว 2017 มีชาวต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 34 ล้านคน แน่นอนว่า คนที่เข้ามาเที่ยวเพื่ออุดหนุนเศรษฐกิจไทยจะเป็นคนส่วนใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีคนจำนวนไม่ น้อยเข้ามาเพื่อซื้อบริการทางเพศราคาถูก และที่แย่ที่สุดคือบริการทางเพศเด็ก จากการไปเข้าร่วมสัมนาปัญหาการละเมิดทางเพศต่อเด็กจัดโดยองค์การตำรวจสากล Interpol ในปี 2013 พบว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ในการประกอบอาชญากรรมทางเพศต่อเด็ก ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่สังคมและ เศรษฐกิจของไทยแบบซ้อนเร้นเป็นจำนวนมากมายมหาศาล (รายละเอียดหาดูได้จาก www.safeguardkids.org) ต่อปัญหานี้ พาซาญ่าได้เข้ามารับรู้ ศึกษา และมีส่วนร่วมในการผลักดันการออกกฎหมายคุ้มครองเด็กต่อการถูกละเมิดทางเพศตั้งแต่ปี 2010 รวมทั้งได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ Saveguardkids เพื่อทำการรณรงค์ในเรื่องนี้ให้สังคมรับทราบและตื่นตัว

บทสรุป ทำไมถึงต้องใช้ พาซาญ่า ?

คุณค่าที่แท้จริง …

เราเชื่อว่าความพิถีพิถันในการใช้ชีวิต นำไปสู่การมีชีวิตอันสุนทรีย์ มีคุณภาพ มีคุณค่า และรับผิดชอบต่อสังคม ผู้ใช้สินค้าพาซาญ่าจะได้รับความสุข มีสุขภาพดี ปลอดภัย จากสินค้าคุณภาพที่ผ่านการออกแบบคิดค้นอย่างละเอียดลึกซึ้ง ผลิตอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ของเราและรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ที่เรา ต้องอาศัยอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน

A Passion for Life is a Passion for PASAYA
พาซาญ่า เติมเต็มคุณค่าต่อชีวิต